Life Style ชายรักชาย ‘เกย์’ กลางมหานคร 4
เที่ยวหนัก รักงาน รักอิสระ
จากการวิจัยครั้งนี้ ทำให้เห็นภาพรวมของกลุ่มวัฒนธรรมย่อยนี้
คือ เที่ยวหนัก ทำงานหนัก นิยมกิจกรรมบันเทิง เช่น เที่ยวกลางคืน
ขณะเดียวกัน มีความคิดมุ่งมั่นต่อความสำเร็จในชีวิต คำนึงถึงอนาคต
ตระหนักเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย มีการสวมถุมยางขณะมีเพศสัมพันธ์ มีความระมัดระวังต่อประเด็นเอดส์สูง
แสดงให้เห็นถึงการรณรงค์เรื่องเอดส์ต่อกลุ่มเกย์ที่มีอย่างต่อเนื่องได้ผลดี
กลุ่ม ชายรักชาย มักให้ความพิถีพิถันการแต่งกาย โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้า Brand Name
เลือกซื้อเสื้อผ้าโดยมีปัจจัยอื่น เช่น รูปแบบเสื้อผ้า ฯลฯ นอกเหนือจากตราสินค้าเพียงอย่างเดียว
แถมยังรักอิสระ แต่ยังได้รับอิทธิพลทางความคิดจากครอบครัวอยู่ มีความ “รักอิสระ” สูง
แต่กลับมีการปกปิดความเป็นเกย์ต่อกลุ่มคนครอบครัวมากที่สุด และมีความคิดที่จะใช้ชีวิตตามลำพังอยู่ในระดับปานกลาง
พวกเขาตระหนักในความเป็นไทย เกย์ส่วนใหญ่ไม่คิดว่าการแสดงของไทยเป็นสิ่งเชย และเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทย
นอกจากนี้ ยังใส่ใจเรื่องสุขภาพและรูปร่างสูง และปฏิบัติตัวในเชิง “งด” มากกว่าเชิง “สร้างเสริม”
โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับรูปร่างและสุขภาพ และทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพในเชิงงด
เช่น ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารหวานหรือมีไขมันสูง มากกว่ากิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพ เช่น เล่นกีฬา หรือเล่นกล้าม ยกน้ำหนัก
ซึ่งอาจเป็นผลมาจากกิจกรรมประเภทเล่นกีฬา ต้องใช้ความสะดวกหลายๆ ด้าน เช่น เวลา สถานที่ ในขณะที่กิจกรรมเชิง “งด” ทำได้ง่ายกว่า
ที่สำคัญ ชายรักชายมีความพอใจในความเป็นเกย์ของตนเองสูง
มีค่านิยมกับกลุ่มเกย์ ว่าไม่ควรแสดงออกมาและไม่นิยมลักษณะ Feminine Gay (เกย์ที่ออกสาว)
เกย์สนใจข่าวพอๆ กับดูละคร
|
เกย์ สีสันในพหุสังคม
ในด้านสังคมจากผลการวิจัยพบว่า กลุ่มชายรักชาย (เกย์) เป็นสังคมกลุ่มย่อย
ที่มีความหลากหลายในรูปแบบการดำเนินชีวิต เช่นเดียวกับสังคมอื่นๆ ทั่วไป
แต่ภาพที่ปรากฏเป็นตัวแทนของกลุ่มเกย์มักเป็นภาพเชิงลบ ทั้งๆ ที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตอีกหลายแบบที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึง
เช่น ตระหนักถึงการเก็บออมใส่ใจในปัญหาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจทำงานให้ประสบความสำเร็จ
การที่สื่อสารมวลชนนำเสนอภาพเชิงตลกขบขันของคนกลุ่มนี้
เพราะเล่นประเด็นเฉพาะความเบี่ยงเบนทางเพศ โดยมองข้ามประเด็นอื่น เช่น ด้านความสามารถ ด้านการใช้ชีวิต
ยิ่งมีส่วนให้สังคมมองกลุ่มเกย์บิดเบือนจากภาพรวมที่แท้จริง
และยิ่งสร้างช่องว่างระหว่างสังคมให้กว้างขึ้น
สื่อมวลชนในแขนงต่างๆ จึงควรตระหนัก และพิจารณาเสนอภาพของกลุ่มเกย์ ในประเด็นอื่น
นอกเหนือจากประเด็นทางเพศมุมมองเดียว
ในด้านการตลาดจากผลการวิจัยพบว่า กลุ่มชายรักชาย (เกย์) เป็นกลุ่มที่มีอำนาจการจับจ่ายสูง
โดยเฉพาะสินค้าหมวดแฟชั่น บันเทิง การทำตลาดแบบ Niche Market เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้จึงน่าสนใจยิ่ง
เพราะจะเป็นการเปิดตลาดใหม่ๆ ที่ยังไม่มีผู้ใดยึดครอง เพียงแต่ควรพิจารณาให้ดีว่า ไม่มีผลกระทบต่อสังคมส่วนรวม
หรือเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนเกิดความรู้สึกอยากเลียนแบบ แต่เป็นการทำตลาดเพื่อตอบสนองกลุ่มเกย์ที่มีในตลาดอยู่แล้ว
จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ section จุดประกาย
ฉบับประจำวันที่ 2 พฤศจิกายน 2542
You can leave a response, or trackback from your own site.



